บางครั้งสัญญาณประสาท อาจจะไม่สมดุล อาจจะมีมากไปหรือน้อยไป เช่น สัญญาณประสาทจากสมองวิ่งสู่ไขสันหลัง บางครั้งอาจจะมีการบาดเจ็บของไขสันหลังทำให้สัญญาณประสาท สมมุติจาก 100 % ส่งไปข้างล่าง เหลือแค่ 50 % ทำให้สัญญาณประสาทส่งสัญญาณชัดเจนไม่เพียงพอที่จะใช้งาน ดังนั้น เราอาจจะใส่ตัวขยายสัญญาณประสาท (amplifier) เข้าไป เพื่อส่งสัญญานประสาทที่จะลงไปข้างล่างให้ชัดเจนขึ้น เปรียบเหมือนการใส่ตัวขยายสัญญาณเสียง ในเครื่องเสียง ที่ทำให้ลำโพงชัดขึ้น
หรือบางครั้ง สัญญาณประสาทอาจจะมากเกินไป ทำให้มีการกระตุ้นกล้ามเนื้อและเกร็งตลอดเวลา การลดสัญญาณประสาท จะทำให้อาการเกร็งลดลงและผู้ป่วยขยับได้ดีขึ้น เราจะชี้แจงละเอียดเพิ่มขึ้นในส่วนของ Neuromodulation
ดังนั้น การรักษาไม่ได้หมายถึงการ “เพิ่มสัญญาณ” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาว่า สัญญาณประสาทมากเกินไป น้อยเกินไป หรือไม่สมดุล และปรับให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการทำงานของผู้ป่วย
โดยส่วนใหญ่ระบบสมองและประสาทในร่างกาย ประกอบด้วย วงจรประสาทมากมาย เส้นประสาททำหน้าที่เหมือนสายไฟ ปมประสาทและสมองส่วนต่างๆ ทำหน้าที่เหมือน Transistor ที่คอยควบคุมสัญญานประสาท ดังนั้น เมื่อมีความสูญเสียของเนื้อสมอง เช่น เส้นเลือดในสมองตีบ หรือเส้นเลือดในสมองแตก บางครั้งทำให้เนื้อสมองเสียเหมือน transistor บางตัวเสียไป เราอาจจะต้องตัดเปลี่ยนวงจรใหม่ ให้วงจรของระบบประสาทและสมองทำงานได้ปกติ นั่นคือที่มาของการตัดต่อและปรับวงจรระบบประสาท บางครั้ง สัญญานอาจจะไม่สมดุล อาจจะต้องมีการปรับสัญญานประสาทตามมาด้วย (เราเรียกทั้งหมดนี้ว่า Neuromodulation) เปรียบได้ว่า Neuromodulation คือกระบวนการ “ปรับระบบประสาทให้กลับมาทำงานอย่างเหมาะสม” ทั้งการปรับวงจรประสาท ตัดต่อเส้นทางการทำงาน และปรับสมดุลของสัญญาณประสาท เพื่อให้สมองและร่างกายกลับมาสื่อสารและทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
S Nerve & Rehab Hospital
เพราะเราคือโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านรักษาแก้ไขฟื้นฟูความพิการ พร้อมเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยและทีมงานที่มีประสบการณ์ ชำนาญเรื่องนี้โดยเฉพาะ
เลขที่ 523/1 ถนนประดิษฐ์มนูธรรม
แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง
กรุงเทพมหานคร 10310
info@s-spinehospital.com
02-0340800
Google Map
Quick Menu
บริการของเรา
© 2026, S Nerve Hospital
ประกาศทางกฎหมาย | ข้อกำหนดและเงื่อนไข | นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท | นโยบายความเป็นส่วนตัว