ถ้าไม่รักษาฟื้นฟูในช่วง Golden period อาจส่งผลกระทบอะไรบ้าง?

ถ้าไม่รักษาฟื้นฟูในช่วง Golden period อาจส่งผลกระทบอะไรบ้าง?

หลังจากสมองและระบบประสาทได้รับบาดเจ็บ ช่วงเวลาของการรักษาและฟื้นฟูถือเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อโอกาสในการฟื้นตัวของผู้ป่วย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สำคัญ (Golden period) ซึ่งเป็นช่วงที่ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพื่อให้สมองและระบบประสาทสามารถใช้ศักยภาพในการฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่

เมื่อสมองและระบบประสาทได้รับบาดเจ็บ ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร?

การบาดเจ็บของสมองและระบบประสาทอาจส่งผลต่อความสามารถในการควบคุมการทำงานของร่างกาย ทั้งการเคลื่อนไหว การทรงตัว การสื่อสาร และการทำกิจวัตรประจำวัน ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการแขนขาอ่อนแรง กล้ามเนื้อเกร็ง หรือไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้เหมือนเดิม ความผิดปกติเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น หลอดเลือดสมองตีบ หรือ เลือดออกในสมอง การบาดเจ็บที่ไขสันหลังจากอุบัติเหตุ เช่น อุบัติเหตุทางจราจรหรือการตกจากที่สูง

เมื่อเกิดความผิดปกติเหล่านี้ การได้รับการประเมินและฟื้นฟูอย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังเกิดการบาดเจ็บ ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่ควรมองข้ามโอกาสในการฟื้นตัวของร่างกาย

Golden period หรือ ช่วง 6 เดือนแรกหลังเกิดการบาดเจ็บของสมองและระบบประสาท ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายมีศักยภาพในการฟื้นฟูและสร้างการเชื่อมต่อของวงจรประสาทใหม่ได้ดีที่สุด ปกติ Golden period จะมีแค่ช่วง 6 เดือนแรกเท่านั้น ที่ระบบสมองและประสาทจะซ่อมแซมตัวเอง ดังนั้น ถ้าเกินระยะไปแล้ว จะซ่อมแซมได้ยาก อาจจะต้องตัดต่อวงจรใหม่ ซึ่งเป็นความยุ่งยาก การรักษาที่ดีที่สุด คือ การรักษาในช่วง 6 เดือนแรก (Golden Period) เพื่อให้สมองและระบบประสาทต่อวงจรของตัวเองได้ดีที่สุด ถ้าเราทำหลังจาก 6 เดือนไปแล้ว จะเสียเวลาทอง (Golden period)

เพราะ Golden Period มีเวลาอย่างจำกัด การรักษาที่รวดเร็ว จึงเป็นการไม่ปล่อยให้โอกาสให้ผ่านไป

 

5 สิ่งที่ผู้ป่วยอาจมีผลกระทบ หากไม่ได้รักษาฟื้นฟูในช่วง Golden period

1. เสียโอกาสการฟื้นตัวของสมองในช่วงที่มีการฟื้นตัวได้ดี

หลังเกิดการบาดเจ็บสมองร่างกายจะเริ่มกระบวนการฟื้นตัวและปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบประสาท เพื่อช่วยชดเชยการทำงานส่วนที่เสียหาย การฝึกการเคลื่อนไหวและทำกิจกรรมซ้ำ ๆ อย่างถูกวิธี จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของระบบประสาท เช่น การฝึกยกแขน การฝึกลงน้ำหนักที่ขา หรือการฝึกควบคุมการทรงตัว

 

2. จากแขนขาอ่อนแรง อาจทำให้เกิดปัญหาข้อติดและกล้ามเนื้อเส้นเอ็นหดรั้ง

ผู้ป่วยที่มีภาวะแขนขาอ่อนแรง ไม่สามารถเคลื่อนไหวข้อต่อได้ตามปกติ หากขาดการดูแลที่เหมาะสม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดข้อยึดติดและกล้ามเนื้อเส้นเอ็นหดรั้ง บางรายอาจมีภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งร่วมด้วย ทำให้เหยียดแขนหรือขาได้ลำบาก มือกำแน่น หรือข้อเท้าอยู่ในท่าผิดปกติ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะข้อติดและกล้ามเนื้อเส้นเอ็นหดรั้งมากขึ้น เมื่อเกิดภาวะดังกล่าวอาจทำให้กระบวนการรักษาซับซ้อนขึ้น

 

3. เสียโอกาสในการกลับมาเดินและเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง

การกลับมาเดินได้หลังการบาดเจ็บของระบบประสาทและสมอง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำลังกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการทรงตัว การรับรู้ตำแหน่งของร่างกาย การประสานงานของกล้ามเนื้อ และการควบคุมการเคลื่อนไหวจากสมอง

การฝึกยืน ฝึกลงน้ำหนัก และฝึกเดินอย่างเหมาะสมจึงเป็นส่วนสำคัญของการฟื้นฟู หากผู้ป่วยเคลื่อนไหวน้อยเป็นเวลานาน อาจเกิดภาวะกล้ามเนื้อลีบ ความแข็งแรงและความทนทานลดลง รวมถึงปัญหาการทรงตัว ทำให้ต้องใช้เวลาในการฝึกและพัฒนาความสามารถเพิ่มขึ้น การเริ่มฟื้นฟูเมื่อมีความพร้อมทางการแพทย์จึงช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยได้ฝึกทักษะสำคัญต่อการกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่อง

 

4. เสียโอกาสกลับมาช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน

ผู้ป่วยที่เคยรับประทานอาหาร อาบน้ำ แต่งตัว หรือเข้าห้องน้ำได้ด้วยตนเอง แต่กลับทำไม่ได้ และต้องให้คนในครอบครัวช่วยเหลือเกือบทุกกิจกรรม ภายหลังการบาดเจ็บของสมองและระบบประสาท

การฟื้นฟูในผู้ป่วยดังกล่าวจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้ผู้ป่วยยืนหรือเดินได้ แต่ยังรวมถึงการฝึกหยิบจับสิ่งของ การใช้ช้อน การสวมเสื้อผ้า การเคลื่อนย้ายตัวเอง และการทำกิจวัตรประจำวัน ทักษะเหล่านี้ต้องอาศัยการประเมินและฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการทำกิจกรรมบำบัดร่วมกับการฟื้นฟูด้านอื่น ๆ

 

5. เพิ่มภาระผู้ดูแลในระยะยาว

เมื่อผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้ป่วยเพียงคนเดียว แต่ยังส่งผลต่อสมาชิกในครอบครัวที่ต้องเข้ามารับหน้าที่ดูแล ตั้งแต่การช่วยพยุงเดิน การเคลื่อนย้ายตัว การรับประทานอาหาร ไปจนถึงการดูแลสุขอนามัยและป้องกันภาวะแทรกซ้อน

แม้การฟื้นฟูจะไม่สามารถรับประกันได้ว่าผู้ป่วยทุกคนจะกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมทั้งหมด แต่การพัฒนาความสามารถได้แม้เพียงบางส่วน เช่น สามารถลุกนั่งได้เอง หยิบจับสิ่งของได้ หรือช่วยแต่งตัวได้มากขึ้น ก็อาจช่วยลดการพึ่งพาผู้ดูแล และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของทั้งผู้ป่วยและครอบครัว

 

S-Nerve & Rehab Hospital เราจึงให้ความสำคัญกับการประเมินและวางแผนฟื้นฟูอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับประโยชน์จากช่วงเวลาสำคัญของการฟื้นตัวมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้